War Powers Act of 1973
รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามปี ค.ศ. 1973
รัฐบัญญัติจำกัดอำนาจในการทำสงครามของประธานาธิบดี ประธานาธิบดีถูกบังคับให้ต้องขออำนาจจากสภาคองเกรสในการส่งทหารไปปฏิบัติการภายใน 60 วัน และอาจจะขอความเห็นชอบต่อระยะเวลาออกไปได้อีก 30 วัน โดยที่ไม่มีการประกาศสงคราม หากสภาคองเกรสเห็นว่าการต่อระยะเวลาออกไปนี้จะทำให้กองกำลังทหารได้รับความปลอดภัย แต่หลังจากหมดเขต 90 วันนี้แล้ว สภาคองเกรสโดยอาศัยมติร่วมสองสภาสามารถบังคับให้มีการถอนทหารสหรัฐ ฯ ได้ การตัดสินใจนี้ประธานาธิบดีจะใช้สิทธิยับยั้งไม่ได้
ความสำคัญ รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่ออำนาจของประธานาธิบดีในการใช้กองกำลังสหรัฐ ฯ ปฏิบัติการภายหลังจากสภาคองเกรสได้ประกาศสงครามแล้ว รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับสงครามที่ไม่ประกาศ ที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจในฐานะประมุขฝ่ายบริหารและในฐานะผู้บังคับบัญชาการทหารสามเหล่าทัพ โดยกำหนดให้สภาคองเกรสกลับมามีอำนาจในการตกลงใจใช้กำลังทหารของสหรัฐ ฯ รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้เป็นปฏิกริยาต่อการเจริญเติบโตในทางอำนาจ ของประธานาธิบดีโดยทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเป็นปฏิกริยาต่อการที่สหรัฐฯเข้าไปพัวพันในสงคราม ที่ไม่ประกาศในเกาหลีและในเวียดนาม รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ได้ให้อำนาจตามกฎหมายแก่สภาคองเกรสได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่ก็ปล่อยให้เป็นข้อพิจารณาทางการเมืองในการตัดสินใจว่าสภาคองเกรสจะใช้อำนาจนี้เพื่อยังยั้งประธานาธิบดีในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติหรือไม่
รัฐบัญญัติจำกัดอำนาจในการทำสงครามของประธานาธิบดี ประธานาธิบดีถูกบังคับให้ต้องขออำนาจจากสภาคองเกรสในการส่งทหารไปปฏิบัติการภายใน 60 วัน และอาจจะขอความเห็นชอบต่อระยะเวลาออกไปได้อีก 30 วัน โดยที่ไม่มีการประกาศสงคราม หากสภาคองเกรสเห็นว่าการต่อระยะเวลาออกไปนี้จะทำให้กองกำลังทหารได้รับความปลอดภัย แต่หลังจากหมดเขต 90 วันนี้แล้ว สภาคองเกรสโดยอาศัยมติร่วมสองสภาสามารถบังคับให้มีการถอนทหารสหรัฐ ฯ ได้ การตัดสินใจนี้ประธานาธิบดีจะใช้สิทธิยับยั้งไม่ได้
ความสำคัญ รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ ไม่ส่งผลกระทบต่ออำนาจของประธานาธิบดีในการใช้กองกำลังสหรัฐ ฯ ปฏิบัติการภายหลังจากสภาคองเกรสได้ประกาศสงครามแล้ว รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ถูกออกแบบมาเพื่อใช้กับสงครามที่ไม่ประกาศ ที่ประธานาธิบดีใช้อำนาจในฐานะประมุขฝ่ายบริหารและในฐานะผู้บังคับบัญชาการทหารสามเหล่าทัพ โดยกำหนดให้สภาคองเกรสกลับมามีอำนาจในการตกลงใจใช้กำลังทหารของสหรัฐ ฯ รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้เป็นปฏิกริยาต่อการเจริญเติบโตในทางอำนาจ ของประธานาธิบดีโดยทั่วไป และโดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเป็นปฏิกริยาต่อการที่สหรัฐฯเข้าไปพัวพันในสงคราม ที่ไม่ประกาศในเกาหลีและในเวียดนาม รัฐบัญญัติอำนาจในการทำสงครามนี้ได้ให้อำนาจตามกฎหมายแก่สภาคองเกรสได้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในเรื่องนี้ แต่ก็ปล่อยให้เป็นข้อพิจารณาทางการเมืองในการตัดสินใจว่าสภาคองเกรสจะใช้อำนาจนี้เพื่อยังยั้งประธานาธิบดีในปฏิบัติการที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงแห่งชาติหรือไม่
No comments:
Post a Comment